การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
การฟื้นดิน โดยใช้หญ้าแฝกเป็นกำแพงธรรมชาติที่มีชีวิต
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ดำเนินการปลูกหญ้าแฝกขวางตามแนว
ระดับให้กอชิดติดกัน ตามความเหมาะสมของพื้นที่ลาดชัน เพื่อช่วยลดความเร็วของกระแสน้ำ ที่เกิดจาก
การชะล้างของหน้าดิน ในบริเวณร่องน้ำ แนวของหญ้าแฝกช่วยเก็บกักตะกอน เป็นกำแพงป้องกันดินตาม
ธรรมชาติ ล้อมดินไว้เพื่อสร้างหน้าดินขึ้นมาใหม่โดยทำการปลูกป่าเสริมลงไปในพื้นที่ ส่วนบริเวณแหล่งน้ำ
รากของหญ้าแฝกยังช่วยดูดซับสารเคมี ซึ่งเป็นวิธีการใช้หญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ
    
ในดินที่แข็งเป็นดาน
ได้ทำการขุดเจาะให้เป็นช่องหรือบ่อ นำดินที่มีธาตุอาหารพืชมาใส่ นำหญ้าแฝกมาปลูกให้น้ำเพื่อสร้าง
ความชุ่มชื้น รากของหญ้าแฝกมีความแข็งแรง สามารถชอนไชลงในแนวดิ่ง ทนต่อสภาพอากาศที่
แห้งแล้งได้ดี ช่วยปรับปรุงโครงสร้างของดินที่แข็งเป็นดานให้แตกตัว รากของหญ้าแฝกที่ตายและย่อย
สลายผุพัง เกิดมีช่องว่าง น้ำและอากาศสามารถหมุนเวียนลงสู่ใต้ดินได้ ทำให้เกิดความชุ่มชื้นเกิดขบวน
การย่อยสลาย นำพันธุ์ไม้ที่ทนต่อสภาพความแห้งแล้งได้ เช่น ไม้ดั่งเดิมที่เคยมีในพื้นที่มาปลูกเสริม ใบ
ของหญ้าแฝกที่แก่สามารถตัดและนำมาคลุมผิวดินตามโคนต้นไม้หรือหน้าดิน ช่วยป้องกันการระเหยของ
น้ำ ย่อยสลายได้เร็ว หมุนเวียนเป็นธาตุอาหารของพืชได้ต่อไป
    
การกระจายความชุ่มชื้น
แต่เดิมพื้นที่มีความแห้งแล้ง ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล เป็นเขตอับฝน เกิดสภาพเป็นทะเลทราย เมื่อมี
ฝนตกเกิดการชะล้างพังทลายของหน้าดิน ต้นไม้ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ ภูเขามีสภาพเป็นเขาหัวโล้น
ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้จัดหาแหล่งน้ำ เพื่อสร้างและกระจายความชุ่มชื้นใน
พื้นที่ให้มากขึ้น โดยศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ดำเนินการดังนี้คือ
การสร้างฝายชะลอความชุ่มชื้น หรือฝายแม้ว
หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า Check Dam คือการนำวัสดุตามธรรมชาติหรือที่มีอยู่ในพื้นที่ มาใช้ปิดกั้น
ทางน้ำ ร่องเขาและพื้นที่ที่มีความลาดชันซึ่งอยู่ตอนบนของภูเขา เพื่อช่วยชะลอการไหลของน้ำให้ช้าลง
และช่วยดักตะกอนไว้ ไม่ให้ไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง ในระยะเวลาหนึ่งเศษซากกิ่งไม้ ใบไม้และตะกอนดิน
จะช่วยอุดตามช่องและร่องของวัสดุที่ใช้ทำฝายชะลอความชุ่มชื้น สามารถเก็บกักน้ำไว้ในพื้นที่ช่วย
กระจายความชุ่มชื้นในบริเวณร่องเขา หรือร่องน้ำให้น้ำมีโอกาสซึมลงสู่ใต้ดิน เป็นการเพิ่มและรักษาระดับ
น้ำใต้ดินไว้ให้พืชสามารถดูดซับความชุ่มชื้นไว้ได้
    
การทำคันดินกั้นน้ำและคันดินเบนน้ำ
๑. คันดินกั้นน้ำ(Terracing) คือการสร้างคันดินขวางพื้นที่ลาดเอียง
(ลาดเท) ในบริเวณพื้นที่ราบเชิงเขา ทำการขุดพื้นที่บางส่วน ให้เป็น
แอ่งขยายให้กว้าง มีลักษณะคล้ายอ่างน้ำขนาดเล็ก ใช้ในการเก็บกัก
น้ำไว้ในพื้นที่ สร้างความชุ่มชื้นและน้ำบางส่วนสามารถซึมลงสู่ใต้ดิน
ช่วยรักษาระดับน้ำใต้ดิน แล้วทำการปลูกป่าเสริมรอบๆบริเวณแอ่งน้ำ
หรือเหนือคันดินกั้นน้ำ เพื่อสร้างป่าขึ้นมาใหม่
๒. คันดินเบนน้ำ(Diversion) คือการขุดดินให้เป็นร่องหรือบางส่วนยกระดับ คันดินให้สูงขึ้น สร้างขึ้นเพื่อ
เชื่อมต่อกับคันดินกั้นน้ำทั้งสองด้านเข้าหากัน เมื่อมีฝนตกและปริมาณมาก น้ำสามารถไหลกระจายไปตาม
แนวคันดินเบนน้ำได้ทั้งสองด้านได้อย่างทั่วถึง ถ้าปริมาณน้ำเกินความจุของแอ่งน้ำหรืออ่างเก็บน้ำในแนว
ระดับ จะมีท่อลอดต่อผันน้ำไปยังแนวคันดินกั้นน้ำและคันดินเบนน้ำด้านล่างที่เป็นแนวถัดไปสามารถ
ควบคุมน้ำให้กระจายไปในพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง คันดินกั้นน้ำและคันดินเบนน้ำสามารถใช้เป็นถนนสัญจรไป
มาและยังใช้เป็นแนวป้องกันไฟป่าได้อีกด้วย
        
การฟื้นฟูสภาพป่าไม้
การปลูกป่าสามอย่างประโยชน์สี่อย่าง

ประโยชน์อย่างที่ ๑ การปลูกไม้โตเร็ว เพื่อพัฒนาและสร้างหน้าดิน
ขึ้นใหม่และยังสามารถนำไม้มาใช้เป็นเชื้อเพลิงได้

ประโยชน์อย่างที่ ๒ การปลูกไม้ดั้งเดิมที่มีอยู่ในพื้นที่ เนื่องจากไม้
ดั้งเดิมมีความแข็งแรงและทนต่อสภาพของดินฟ้าอากาศได้เป็นอย่าง
ดี

ประโยชน์อย่างที่ ๓ การปลูกไม้เศรษฐกิจหรือไม้ผล เพื่อนำไม้มาใช้
ประโยชน์ในอนาคต

ประโยชน์อย่างที่ ๔ คือ เป็นการอนุรักษ์ดินและน้ำ ช่วยสร้างความ
ชุ่มชื้นให้กับพื้นที่

การอนุรักษ์ดินนั้น เกิดจากใบไม้ที่ร่วงหล่นทับถมกัน แล้วย่อยสลายกลายเป็นดินใหม่ ส่วนการสร้างความ
ชุ่มชื้นเกิดจากร่มเงาของต้นไม้ จะช่วยลดการระเหยของน้ำในดิน ซึ่งเป็นการสร้างป่าแบบผสมผสานได้
อย่างกลมกลืนและเกิดความสมดุลในระบบนิเวศป่าไม้ได้เร็วยิ่งขึ้น
ระบบภูเขาป่า
คือ การนำพลังงานแสงอาทิตย์ (ระบบโซลาเซล) สูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำขึ้นไปใส่ถังพักน้ำที่ก่อสร้างไว้บน
ภูเขาให้น้ำล้นและปล่อยให้ไหลกระจายไปตามพื้นที่โดยรอบถังพักน้ำ แล้วปลูกต้นไม้ไว้รอบๆพื้นที่ก็
สามารถเจริญเติบโตได้ดี ซึ่งไม้ที่ใช้ปลูกในพื้นที่เป็นไม้โตเร็วและไม้เศรษฐกิจและไม้ดั้งเดิม วิธีการปลูก
ป่าแบบนี้มีอัตราการรอดตายของพันธุ์ไม้ค่อนข้างสูง เป็นการปลูกป่าจากด้านบนลงสู่ด้านล่าง
    
การปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก
ซึ่งเป็นผลที่ได้รับจากการสร้างระบบภูเขาป่า เนื่องจากพืชพันธุ์ไม้ที่รอดตายและสามารถเจริญเติบโตได้
ในระยะเวลาหนึ่งจะสามารถผลิดอกออกผล เมล็ดหรือผลที่แก่จะร่วงหล่นหรือเมื่อสัตว์ได้กินผลแล้วไป
ถ่ายไว้ในพื้นที่ต่างๆ ประกอบกับมีสภาพอากาศที่เหมาะสมทำให้มีการเจริญเติบโตเป็นต้นใหม่ หรือ ใน
กรณีที่เราไม่เข้าไปบุกรุกเป็นการปล่อยพื้นที่ทิ้งไว้ตามธรรมชาติ ในระยะเวลาหนึ่งพืชชนิดต่างๆ ที่ถูกตัด
ต้นไปแล้วเหลือแต่ตอไว้ ก็สามารถแตกหน่อแล้วเจริญเติบโตเป็นต้นใหม่ได้ ดังภาพแสดงให้เห็นบริเวณ
ร่องเขากระปุกในปี ๒๕๔๐ เปรียบเทียบกับปี ๒๕๔๙ มีพืชพันธุ์ไม้ขึ้นเต็มร่องเขา เป็นการคืนสภาพป่า
ตามธรรมชาติโดยไม่ต้องปลูก สามารถประหยัดงบประมาณได้อีกด้วย
 
ระบบป่าเปียก
น้ำบางส่วนที่ไหลลงมาจากระบบภูเขาป่า จะไหลลงมาที่แนวฝายชะลอความชุ่มชื้น หรือฝายแม้ว หรือ
Check dam สร้างความชุ่มชื้นให้ทั่วพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการปลูกป่า การกระจายน้ำจากฝายแม้ว โดย
การใช้ท่อไม้ไผ่ใช้ท่อสายยาง หรือท่อ PVC เจาะรูต่อขยายไปทางด้านข้างให้น้ำกระจายออกไป เพื่อ
สร้างความชุ่มชื้นในพื้นที่แล้วทำการปลูกป่าเสริม
ป่าชายเลน
เนื่องจากปริมาณน้ำที่ไหลจากพื้นที่ตอนบนของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ จะไหลเข้าสู่ระบบฝาย
ชะลอความชุ่มชื้น หรือฝายแม้ว หรือCheck dam คันดินกั้นน้ำและคันดินเบนน้ำ ส่วนที่เหลือจะไหลลงสู่
แหล่งน้ำตอนล่างแล้วออกสู่ทะเล เป็นคลองที่เชื่อมต่อกับคลองบางกราใหญ่และบางกราน้อย ซึ่งพื้นที่
ดังกล่าวมีสภาพเป็นป่าชายเลนและป่าชายหาด ในเขตพื้นที่ของกองกำกับการ ๑ กองบังคับการฝึกพิเศษ
ค่ายพระรามหก ทำให้เกิดความสมดุลในระบบนิเวศน์มากขึ้น ซึ่งมีความเหมาะสมที่จะเป็นแหล่งเพาะและ
ขยายพันธุ์น้ำ แหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน เมื่อเจริญเติบโตก็จะออกสู่ทะเลเป็นแหล่งอาหารของ
ประชาชนต่อไป
    
กลับสู่ด้านบน
© 2007 Huay Sai Royal Development Study Center
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ๗๖๑๒๐ โทรศัพท์ : ๐-๓๒๕๙-๓๒๕๒-๕
โทรสาร : ๐-๓๒๕๙-๓๒๕๒ E-mail : info@huaysaicenter.org